#กำไร,#คืนทุน #ลดต้นทุน,#IRR #คุณค่า,#มูลค่า #กำไรบัญชี,#กำไรทางธุรกิจ #สูตรคำนวณกำไร,#Profit #ผลกำไร,#กำไรสุทธิ #Net Profit,#ประหยัดต้นทุน #เพิ่มกำไร,#กำไรสะสม #ลดต้นทุนคลังสินค้า,#ลดต้นทุนการจัดซื้อ #ลดต้นทุนด้านพลังงาน,#ลดต้นทุนการผลิต #ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์,#Break even point #จุดคุ้มทุน

การเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED ทำให้คุณประหยัดได้อย่างไร

[vc_row][vc_column][vc_column_text]คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดตั้งไฟภายในบ้านก็คือ “การเลือกใช้หลอด LED ช่วยประหยัดเงินได้จริงหรือ?” และคำตอบก็คือ “จริง” เพระาสำหรับหลอด LED หนึ่งหลอด จะใช้มีค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 3,500 บาท ตลอดอายุการใช้งาน 20 ปี ดังนั้นการใช้งานหลอด LED จึงประหยัดแน่นอน 100% ทั้งในแง่ของการใช้พลังงานและอายุการใช้งานนั่นเอง

การเปลี่ยนหลอดไฟภายในบ้านมาเป็นหลอดไฟ LED จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อย่างแน่นอน แต่คุณอาจกำลังคิดว่า การเปลี่ยนหลอดไฟใหม่หมดทั้งบ้านจะคุ้มค่ากับการเปลี่ยนหรือไม่? วันนี้ LED Infinite มีคำตอบมาบอกคุณ

 

หลอด LED ช่วยประหยัดเงินได้อย่างไร

การประหยัดค่าใช้จ่ายโดยเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เกิดจากปัจจัย 2 ประการ คือ

  1. หลอดไฟ LED ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าหลอดไฟชนิดอื่นๆ
  2. หลอดไฟ LED มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดไฟชนิดอื่นๆ

 

ตัวอย่างเช่น หลอดฮาโลเจนแบบ 60 วัตต์ สามารถใช้ LED ขนาด 9W แทนได้ ซึ่งนั่นหมายถึง “การลดลงของการใช้ไฟฟ้าถึง 85%” อีกทั้งหลอดไฟ LED ยังมีอายุการใช้งานนานกว่า 20,000 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับหลอดฮาโลเจนที่ใช้งานได้เพียง 2,000 ชั่วโมงเท่านั้น นั่นก็คือ หลอดไฟ LED มีอายุการใช้งานมากกว่าหลอดฮาโลเจน 10 เท่านั่นเอง!

 

แล้วเมื่อเปรียบเทียบกับหลอดคอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์ (CFL) จะเป็นอย่างไร? โดยวัดจากตัวอย่างเดิม คือ หลอดฮาโลเจนเทียบเท่า 60 วัตต์ จะเท่ากับหลอดไฟคอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์ 11 วัตต์ ดังนั้น การลดการใช้ไฟฟ้าจากหลอดคอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์ ไปเป็นหลอดไฟ LED จะเท่ากับ 18% และหลอดคอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์ที่มีคุณภาพดีจะมีอายุการใช้งานประมาณ 8,000 ชั่วโมง ซึ่งก็ยังน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของหลอดไฟ LED อยู่ดี

 

คำนวณการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้หลอดไฟ LED

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าทำไมหลอดไฟ LED จึงช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ และหากว่าคุณกำลังมีความคิดที่จะเปลี่ยนไปใช้หลอด LED แล้วล่ะก็ ด้านล่างนี้ก็คือ “วิธีการคำนวนค่าใช้จ่ายที่คุณจะประหยัดไปได้ จากการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED”

 

ดังนั้น ข้อมูลที่คุณจำเป็นต้องใช้ในการคำนวณ มีดังต่อไปนี้

  1. กำลังไฟของหลอดไฟ LED หรือโคมไฟ LED ที่คุณใช้อยู่ในปัจจุบัน
  2. ระยะเวลาเฉลี่ยของการใช้หลอดไฟแต่ละหลอดต่อวัน
  3. อัตราค่าไฟฟ้าปัจจุบันต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh, kW-h หรือ kWh)
  4. ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED

 

“หากข้อมูลครบแล้วมาเริ่มคำนวณกันเลย”

 

ค่าใช้จ่ายปัจจุบัน/เดือน

= (กำลังวัตต์ปัจจุบัน/1,000) x เวลาในการใช้งาน (ชั่วโมง/วัน) x ค่าใช้จ่าย/kWh x 30 วัน

 

ค่าใช้จ่ายใหม่/เดือน

= (กำลังวัตต์ใหม่/1,000) x เวลาในการใช้งาน (ชั่วโมง/วัน) x ค่าใช้จ่าย/kWh x 30 วัน

 

คำนวณการประหยัดรายเดือน

= ค่าใช้จ่ายปัจจุบันต่อเดือน – ค่าใช้จ่ายใหม่ต่อเดือน

 

ระยะเวลาคืนทุน (เดือน)

= ต้นทุนรวมของหลอดไฟเปลี่ยน / การประหยัดรายเดือน

 

การเลือกใช้หลอดไฟ LED ที่แม้จะมีราคาค่าหลอดที่แพงกว่า แต่ก็ช่วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายรายเดือนมากถึง 87% และด้วยเหตุนี้เอง หลอดไฟจะคืนทุนให้กับตัวมันเองในเวลาเพียงไม่ถึงเก้าเดือน

 

เชื่อเถอะว่า “ หลอดไฟ  LED ทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้จริงๆ ”

 

หากคุณยังไม่เชื่อว่าหลอดไฟ LED สามารถทำให้คุณประหยัดได้จริงๆ และยังงุนงงกับการคำนวนค่าใช้จ่ายด้านบน เราขอบอกว่าไม่ต้องสนใจ… เพียงแค่คุณลองเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED สักหลอดสองหลอด คุณก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วยตัวของคุณเอง เพราะฉะนั้น อย่าลังเลที่จะเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED ถึงจะมีราคาแพงกว่าหลอดไฟชนิดอื่นๆ สักเล็กน้อย แต่ให้คุณเชื่อเถอะว่า “มันจะดีกับคุณในระยะยาวแน่นอน”

หากคุณสนใจเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ต้อง LED Infinite เท่านั้น เราขอรับประกันว่าหลอดไฟ LED ของเราทุกแบบ ทุกประเภทมีคุณภาพสูง และสามารถช่วยให้คุณประหยัดได้อย่างแน่นอน สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ledinfinite.com หรือโทร 062-789-6565

ช่องทาง Facebook[/vc_column_text][vc_facebook][/vc_column][/vc_row]